ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน ผู้สนับสนุน

ยินดีต้อนรับ ( เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก ) · จดหมายใหม่ 0 ฉบับ



 
Reply to this topicStart new topic
R600A สารความเย็น+น้ำยาตู้เย็น+แกสติดไฟ+R290, สารติดไฟ ทั้งนั้น เลย
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 14:53
โพสต์ #1


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif ไร้กลิ่น สี

อาร์ 600A ไอโซบิวเทน มันประหยัดไฟฟ้า มันไวไฟ ต้องระวัง การเชื่อม ให้ มากๆๆๆๆๆ เลยครับ ปกติ เขา ไม่ค่อยเชื่อมกัน.... ถ้าจะทำ.ต้อง ทำ ในที่ โล่ง อากาส ระบายผ่านตลอด

ถ้าจะทำ ต้องไล่แกส ทิ้งให้หมดจด ด้วย แกสเฉื่อย ไนโตรเจน......โดยส่วนตัวถ้าร้านใหม่ๆ งานยังไม่มาก...ผมใช้ออกซิเจนไล่ แกสในที่โล่งๆๆๆค่อยๆๆเปิดไล่ อย่าเปิดแรง ทีเดียว

ย้ำ ต้องไล่แกส ให้ หมดจริงๆๆๆ นะครับ เวลา ปะ รั่ว

เคย ระเบิดมาแล้ว.....ถ้ารั่ว ต้องเปิดห้อง ระบายอากาศออกก่อน เปิดสวิช ไฟ++มีประกายไฟ .........มันบึ้มได้
สวิตช์ไฟฟ้าในสภาวะการทำงานปกตินั้นมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดประกายไฟขึ้นได้ (Ignition) ในส่วนนี้จะรวมไปด้วย เครื่องตัดกระแสไฟฟ้า (Thermostat) สวิตช์ปิดเปิดอื่น ๆ รีเลย์เครื่องอัด (Compressor Relays) ตัวจับเวลาการละลาย (Defrost Timer) ประตูสัมผัสสำหรับแสงสว่าง (Door Contact Lighting) และอื่นๆ

ขณะนี้ตู้เย็น 4 ใน 10 เครื่องที่ผลิตได้ เริ่มหันมาใช้สาร R600a เพื่อทดแทนสาร R134a อันเนื่องมาจากข้อดีคือ มันมี GWP ที่ต่ำกว่า R134a มาก แต่ในขณะเดียวกันตัวมันเองนั้นก็มีอันตรายเพราะมันติดไฟได้นั่นเอง ในตู้เย็นมีการใช้สาร R600a โดยใช้ปริมาณค่อนข้างต่ำคือไม่เกิน 150 กรัมต่อยูนิต ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทาง EU ยอมรับได้ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาใช้ R600a เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ปัจจุบันนี้ในวงการ Automotive ก็มีพ่อค้าบางรายนำเอาสาร R600a ไปใช้เพื่อคาดหวังเรื่องผลของกำไร โดยลืมนึกไปว่าในแอร์รถยนต์นั้น เราใช้มันในปริมาณที่มากกว่าตู้เย็น และสามารถเกิดการระเบิดขึ้นได้ หากเกิดการกระแทกอย่างแรงบริเวณ Condensing Unit หน้ารถ สาร R134a ที่จำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้ R12 ก็เป็นอีกสารทำความเย็นที่ถูกนำมาใช้ทดแทน R134a เช่นเดียวกัน เพราะเป็นสินค้าหนีภาษี มีผลกำไรดี ส่วน R600a เป็นสารทำความเย็นที่มีต้นทุนต่ำกว่าในบางอุตสาหกรรม
ข้างล่าง ข้อมูลจาก บริษัท แดนฟรอท

R-600a หรือ Isobutane เป็นสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีค่าการทำลายชั้นโอโซนเป็นศูนย์ กว่าร้อยละ 90 ของผู้ผลิตเปลี่ยนมาใช้น้ำยา R-600a ทดแทนการใช้สาร CFC (Chlorofluorocarbon สารสังเคราะห์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมซึ่งทำลายชั้นโอโซน และมีค่าศักยภาพในการดูดกลืนความร้อนสูง) น้ำยา R-600a เป็นสารที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ ดังนั้นจึงได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพเป็นอย่างด
















รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 14:57
โพสต์ #2


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



The first large difference between R 600a and R 134a or R 12, is found in the pressure
level, which is lower, e.g. at -25ฐC evaporating roughly 55 % of R 134a or 45 % of R 12. In
connection with this the normal boiling point is at 15 K or 18 K higher respectively. This
leads to operating pressures being very much lower than previously common. Evaporators
of household refrigerators will thus operate below normal atmospheric pressure.

เรื่อง ความจุ capacity++++The low pressure level is connected to a relatively high critical temperature. This gives a
good cooling capacity even at high condensing temperature.
R 600a has roughly 50 % of R 12 or 55 % of R 134a volumetric capacity at 55 ฐC condensing temperature, as seen in figure 2. Because of this the necessary compressor swept
volume will be up to 2 times the swept volume used for R 12.
The volumetric cooling capacity is a value calculated from suction gas density and enthalpy difference of evaporation. The compressor capacity characteristics, in terms of
capacity over evaporating temperature, are close to those of the other refrigerants,
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 15:14
โพสต์ #3


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



การ เติมน้ำยา ต้อง วัดน้ำหนักโดยละเอียดเป็น กรัม. ดู รูป บน......ตาราง 1 .If R 600a would be charged into an unchanged refrigeration system, charge amount counted
in grams would be much lower. However, if you calculate in cm3
, you would have to charge
roughly the same liquid volume into the system. This gives charges of approx. 45 % of
R 134a charge or approx. 40 % of R 12 charge in grams, according to the data from table
1, which also corresponds with emperical values. Additionally experience has shown a
higher sensitivity of the systems to charge deviations. Especially undercharging tends to
give higher energy consumption. This means that charging accuracy has to improve, in
cm3
and even more in grams. On charges of approx. 20 g, which are found on small larder
refrigerators, accuracy has to be within 1 g. Maximum charge according to safety regulations is 150 g for household refrigerators and similar appliances, which corresponds to
approx. 360 g of R 12 or 340 g of R 134a..

ถังบนรถขนส่ง
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 15:20
โพสต์ #4


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



เรื่อง ของ การใช้ น้ำมันหล่อลื่นมน คอมเพรสเซอ++พวกพลาสติกที่รัด พัน คอยล มอเตอร์ ลอง สลอต มอเตอ เวลาพันมอเตอใหม่
Refrigerant R 600a is mostly used with mineral compressor oils, so material compatibility
is almost identical to R 12 situation from oil side. Use of alkyl benzenes is also possible.
R 600a is chemically inactive in refrigeration circuits, so no specific problems should
occur there. Solubility with mineral oil is at least as good as was with R 12. Direct material
com-patibility is less problematic. On some rubbers, plastics and especially chlorinated
plastics however, problems have been observed, but these materials are normally not
present in refrigerator systems. Some materials, on which problems have been reported
by different testers, are listed in the table 3. On critical materials test have to be performed
for the specified use...
จะ พบ ว่า ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่อง เข้ากันไม่ได้..........เคย ถามนัก เคมี ที่ จุฬา เกี่ยว กับเรื่อง การใช้ LPG ใน ระบบ ความเย็น
ซึ่งมีการใช้กัน ใน เยอรมัน นาน มาแล้ว.......คน ไทย ไม่ค่อยรู้ เรื่อง พวกนี้เลย.
..
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 15:26
โพสต์ #5


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



เรื่อง ของตัวกรอง ไดเออร คล้าย ของ 134a
For domestic refrigerators the common desiccant is a molecular sieve, a zeolithe. For
R 600a a material with 3 ล pores is recommended, like for R 134a, e.g. UOP XH 7, XH9 or
XH 11, Grace 594, CECA Siliporite H3R. Pencil driers for R 134a can normally be used for
R 600a without changes. See also note CN.86.A .


จุด อ่อน ของ 600a คือเรื่อง ติดไฟThe main disadvantage discussed in connection with R 600a use is the risk based in its
flammability. This leads to necessity for very careful handling and safety precautions


จะเห็นว่า ไม่ควร ให้มีการรั่วซึม ใน แอร รถยนตื อาจเกิดติดไฟไหม้รถ ได้


ซึ่งญี่ปุ่นบังคับให้ใช้ เป็น ไฮโดรคาบอน ติดไฟง่าย เครื่อง ตรวจ LPG อย่าง RIKEN ก็ตรวจสอบได้แต่จะประสิทธิภาพต่ำหน่อย
ตู้เย็นรุ่นใหญ่ 400 ลิตร ชาร์จน้ำยาน้อยมากแค่ 65 กรัมเอง ส่วนระบบความปลอดภัย เยอะมากครับ GAS LEAK DETECTOR ต้องมีอยู่ทุกจุด ทั้งห้องชาร์จและห้องทดสอบ จะทำงานเมื่อเจอสาร R600A มากกว่า 1% โดยโบเว่อจะดูดออกไปนอกอาคารทันทีแล้วเพิ่มความเร็วร อบขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งเสียง Alarm ส่วนการตัดเชื่อมปิดท่อต้องใช้ ULTRASONIC SEAL เท่านั้นครับ ใครที่เชื่อมปิดตัดด้วยแก๊ส ระวังดีๆครับ หน้าไหม้มาหลายรายแล้ว ที่เยอรมันก็เคยระเบิดครับ พนักงานตายยกห้อง ทางโรงงานก็เลยต้องเซฟตี้ที่สุด นี่คงเป็นเหตุผลหลักๆ ที่การติดตั้งแอร์ ไม่สามารถใช้ R600A ได้ อีกเหตุผลก็คือแอร์มีการชาร์จน้ำยาเยอะกว่าตู้เย็นหล ายเท่าครับขึ้นอยู่กลับ BTU ความเสี่ยงเยอะครับ ถ้าจะใช้และอันตรายจริงๆครับ แต่ประหยัดขึ้นจริงครับ เพราะบางเบากว่า R22 หรือ R134A มากๆ คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่หนัก เวลาสตาร์ทก็กินกระแสน้อยลงเพราะโหลดน้อยลง แต่ถ้าเป็นผมคงไม่เอาร้านมาเสี่ยงกับความประหยัดแค่น ี้หรอกครับ มันก็เหมือนถังแก๊สในบ้านแหละครับ ถ้ามันอยู่ในแต่ถังมันก็ปลอดภัยมากหน่อย แต่ถ้าเริ่มเดินท่อของแก๊สทั่วบ้านมันก็เสี่ยงเยอะขึ ้น ยิ่งถ้ามันเดินท่อเข้ามาในห้องนอนเข้ามา EVAP ผมคงนอนไม่หลับ
แล้ว R600A ไม่มีกลิ่นนะครับ LPG ที่ใช้ในครัวเรือนต้องใส่ก๊าซไข่เน่าก็เพราะความปลอด ภัย
เคยเป็นมั้ยครับ วันหนึ่งเปิดแอร์อยู่ดีๆดันไม่เย็น แล้วให้ช่างมาดู แล้วปรากฎว่าท่อรั่ว ต้องหารอยรั่วเชื่อมแล้วชาร์จน้ำยาใหม่ แล้วไม่กลัวกันบ้างเหรอครับถ้ามันเป็น R600A ที่ติดไฟได้ ถึงมันจะรั่วน้อยจะรั่วมาก แต่มันก็รั่วนะครับ ยิ่งถ้าในห้องปิด ไม่อยากนึกภาพครับ ใครรับความเสี่ยงได้ก็หามาชาร์จกันเองครับประหยัดขึ้ นจริงๆ แต่ผมก็ใช้ แอร์อินเวอเตอร์ กับระบบพรมน้ำที่ condenser เปิดปิดตามอุณหภมิของคอยด์
แล้วล้างแอร์สม่ำเสมอ ก็ช่วย...
ข้างบน เปนข้อมูลจากเวบ ข้างบ้าน
ไหนๆ ว่าเรื่องไดเออ ย้ายแอรยายามใส่ไดเออนะครับ บางคนลักไก่ไม่ใส่ไดเออ แอร จะพังยังไงก็ช่าง ขอประหยัดไว่ก่อนแบบนี้ไม่ดี...
+++Filter drier (ฟิลเตอร์ดรายเออร์) เป็นอุปกรณ์ทำความเย็นอย่างหนึ่ง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบปรับอากาศ มักถูกติดตั้งไว้ใน Condensing unit หรือ Fancoil unit นั้นแล้วแต่ยี่ห้อของผู้ผลิตฟิลเตอร์ดรายเออร์ มีหน้าที่หลักอยู่ 3 ประการ คือ1. กรองสิ่งสกปรก (Filter) ซึงอาจตกค้างอยู่ในระบบระหว่างประกอบเครื่อง2. ดูดซับความชื้น ที่ตกค้างอยู่ในระบบเช่นข้อ 1 หรือกำจัดออกจากระบบไม่หมดโดยวิธี Vacuum Pump3. ดูดซับกรด ซึ่งกรดสามารถจะเกิดขึ้นได้ในระบบเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่มีสภาวะทำงานไม่เหมาะสม การเลือกสารที่ถูกบรรจุอยู่ในส่วนของดรายเออร์นั้น จึงควรพิจารณาดูส่วนผสมทำหน้าที่ครบทั้ง 3 ประการหรือไม่ สารดังกล่าวอาจประกอบด้วยสารดูดซับความชื้น เช่น Molecular Sieves ซึ่งสามารถดูดซับน้ำได้ 3-4 เท่าของตัวมันเอง และสารดูดซับกรด เช่น Activated Alumina ซึ่งสามารถดูดซับกรด จึงควรประกอบด้วยทั้ง 2 อย่างในอัตราส่วนผสมที่แตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับการที่จะนำไปใช้งานจริงในระบบทำความเย็นแต่ละระบบที่แนะนำคือ 70/30 และไม่แนะนำใช้สาร Silica Gel เนื่องจากไม่สามารถดูดซับความชื้นที่ระดับต่ำๆ ได้เช่นที่ระดับ 50-60 PPM ตามมาตรฐาน DIN,ARI ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ใดๆในระบบให้ติดตั้งดรายเออร์เป็นสิ่งสุดท้าย หลังจากนั้นสารทำความเย็นจะไหลลงด้านล่างซึ่งมีไว้เพื่อพักน้ำยาเหลวก่อน เข้าเอ็กซ์แพนชั่นวาล์ว หรือแคปทิ้วสำหรับแอร์ขนาดเล็ก โดยปัจจุบันฟิลเตอร์ดรายเออร์ที่มีขายตามท้องตลาด จะมีหลากหลายยี่ห้อแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคุณภาพการกรองและการดูดความชื้น ทั้งนี้การเลือกใช้ฟิลเตอร์ดรายเออร์นั้น เราควรที่จะคำนึงถึงทั้งประเภทของสารทำความเย็น และชนิดของน้ำมันหล่อลื่น คอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในระบบทำความเย็นนั้นๆ
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 15:35
โพสต์ #6


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



โดย ระบบ จุดระเบิด ใน รถยนต์.......ชื่อ มันสื่อถึง ระเบิด.....อาจก่อปัญหาในระบบที่ แกสรั่วFor safety testing of household refrigerators a standard has been established in Europe, IEC
Technical Sheet TS 95006. It is also transferred to an amendment to IEC / EN 60 335-2-24,
which is the normal electrical safety standard. Approvals of refrigerators using hydrocarbons as refrigerant are done according to the proceedures of the TS in Europe since 1994.
The methodology of TS and the amendments derived from this are base for the following
short description. Other applications have to take different national standards and legislation into account, e.g. EN 378, DIN 7003, BS 4344, SN 253 130, which can have different
demands.
• All electrical elements switching during normal operation are taken to be possible ignition sources. This includes thermostat, door contacts for lighting, on/off and other
switches,like superfrost, compressor relays, external klixon, defrost timers and so on.
• All refrigerant containing parts are taken to be possible refrigerant sources through
leaks. This includes evaporators, condensers, door heaters, tubings and the com
pressor.
• Maximum refrigerant charge is set to be 150 g. By keeping the charge to max. 25 % of
lower explosion level LEL, which is approx. 8 g/m3
, for a standard kitchen, ignition
risk is very low, even if refrigerant distribution in case of leakage is uneven for some
time first

ดังนั้น การวางตำแหน่ง อุปกร ที่ มีประกายไฟ ต้องอยู่ห่างๆๆ เช่น หน้า สัมผัส ทองขาว ของ เทอโมสตาท ปกติ จะใช้ แบบ อิเลคที่ไม่มีประกายไฟ...


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 15:55
โพสต์ #7


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



มาดู อาร 290....
ทั้งนี้เนื่องมาจากว่าค่าใช้จ่ายหลักอันพึงเกิดขึ้นจากระบบเครื่องทำความเย็นนั้นมาจ


ากค่าใช้จ่ายทางไฟฟ้า จึงทำให้ผู้ผลิตสารทำความเย็นต้องหวนกลับมาคำนึงถึงข้อได้เปรียบในเรื่องของการช่วยป


ระหยัดพลังงานนอกเหนือจากความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสารทำความเย็น แนวทางของสารทำความเย็นที่จะผลิตขึ้นใหม่นั้นจึงต้องมีคุณสมบัติในการช่วยประหยัดพลั


งงานไฟฟ้าขึ้นด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสารทำความเย็นชนิด R290 และในปัจจุบันได้มีการริเริ่มนำเข้ามาใช้กับระบบปรับอากาศตามที่พักอาศัยและกำลังลุก


ลามเข้าไปในอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

แต่เนื่องมาจากว่าสารทำความเย็น R290 นั้นเป็นสารที่ประกอบไปด้วยโพรเพนเป็นหลักมากถึง 90% และมันสามารถเกิดการลุกไหม้ขึ้นได้ง่ายมากหากเกิดประกายไฟขึ้นในระบบในขณะที่มีการรั


่วไหลของน้ำยาสารทำความเย็น และยิ่งหากเป็นระบบเครื่องทำความเย็นและการปรับอากาศขนาดใหญ่ด้วยแล้วนั้น อันตรายจะยิ่งรุนแรงกว่ามากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ

ดังนั้นประเด็นหลักของการนำสารทำความเย็น R290 มาใช้งานจึงไม่ควรที่จะละเลยในส่วนของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะการใช้งานไม่ควร


มองเพียงแค่ข้อดีในเรื่องความสามารถในการประหยัดพลังงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรมองถึงผลกระทบทางด้านความปลอดภัยในการใช้งานเข้ามาร่วมพิจารณาในการตัดสินใจก่


อนที่จะมีการเลือกใช้สารทำความเย็นชนิดนี้

สำหรับเนื้อหาบทความฉบับนี้ได้ถูกเรียบเรียงและจัดหาข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอด


ภัยสากลที่มีการกำหนดใช้ในต่างประเทศซึ่งประกอบด้วยหลายมาตรฐานด้วยกัน โดยจะรวมเอาข้อกำหนดในการใช้งานของสารทำความเย็นตามกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งในที่นี้ได้รวมเอาสารทำความเย็น R290 เข้าไว้ด้วย เนื่องจากเป็นสารทำความเย็นที่ได้มีการนำเข้ามาใช้งานในประเทศไทย

จากข้อมูลในบทความนี้คงพอที่จะนำมาใช้อ้างอิงได้เบื้องต้น หากต้องการนำสารทำความเย็น R290 มาใช้ภายในประเทศไทยอย่างจริงจัง อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้สืบค้นมานี้ช่วยประกอบการวิเคราะห์การใช้งานได้ในเชิ


งลึกต่อไป

มาตรฐานควบคุมการลุกไหม้ของสารทำความเย็นในแต่ละกลุ่ม
ในส่วนนี้จะเป็นการนำเสนอถึงมาตรฐานและข้อกำหนดของการตรวจสอบและทดสอบการนำสารทำความ


เย็นในกลุ่มต่าง ๆ มาใช้งานตามมาตรฐานสากลของประเทศต่าง ๆ ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในแถบยุโรป

สำหรับมาตรฐานที่เกี่ยวกับเรื่องของการลุกไหม้อันเกิดมาจากสารทำความเย็นจะมีพื้นฐาน


ในการกำหนดอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ
1. การเกิดการลุกไหม้ของสารทำความเย็นนั้นเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขอะไร

2. ความสามารถในการนำสารทำความเย็นที่เกิดการลุกไหม้ได้ไปใช้งานได้อย่างปลอดภัยภายใต้ส


ภาพแวดล้อมนั้น ๆ

ส่วนในกรณีอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากทั้ง 2 กรณีข้างต้น ให้พึงยึดเอาตามมาตรฐาน BS 4434 หรือ NF E35-400 ฉบับใดฉบับหนึ่ง

รายละเอียดที่ได้ให้ข้อมูลไว้ในตารางที่ 1 จะเป็นตัวอย่างของประเด็นสำคัญจากมาตรฐานความปลอดภัย โดยได้มีการแบ่งประเภทของการลุกไหม้จากสารทำความเย็นและความปลอดภัยในการใช้งาน


การเติมน้ำยา
การเติมสารทำความเย็น (Refrigerant Charge)
การเติมและการไม่เติมสารทำความเย็น R290 เข้าในระบบ ในการบรรจุนั้นจำนวนหน่วยรวมทั้งหมดของปริมาณสารทำความเย็นที่เติมเข้าไปจะนับในหน่วยกรัม (Grams) และควรมีค่าต่ำ อย่างไรก็ตามในการคำนวณอย่างคร่าว ๆ ควรคำนวณในลักษณะคล้ายกับว่ามันเป็นของเหลวที่บรรจุอยู่ในปริมาตรของภายในระบบ โดยให้คิดในหน่วย cm3 นั่นคือให้ทำการบรรจุสารทำความเย็น R290 โดยประมาณที่ 40% ของน้ำสารทำความเย็น R22 หรือ R404A ในหน่วยกรัม ซึ่งการกำหนดนั้นให้เป็นไปตามข้อมูลจากตารางที่ 1 ทั้งนี้เนื่องจากความเข้ากันได้จากข้อมูลในการปฏิบัติใช้งานจริง

ค่าสูงสุดของการเติมสารทำความเย็น R290 เพื่อความปลอดภัยจะถูกตั้งกฎเกณฑ์ในการบังคับใช้ไว้ว่าหากเป็นการใช้งานในบ้านเรือนควรเติมปริมาณของสารทำความเย็นที่จำนวน 150 g หรือโดยประมาณที่ 360 g ของสารทำความเย็น R22 หรือ R404A
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 16:01
โพสต์ #8


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



โรงน้ำแข็ง ที่ โคราช เคย ระเบืด พัง ทั้งหลังมาแล้ว... อันนี้ เกื่ยวกับ แอมโมเนีย



บรรทัดฐานในการเลือกใช้งานสารทำความเย็นที่เกิดการลุกไหม้ได้ (Criteria Used to Classify Refrigerants for Flammability)
แอมโมเนีย (Ammonia) เป็นสารทำความเย็นประเภทที่ไม่มีการลุกไหม้ได้ตามมาตรฐาน US DOT แต่ในทางตรงกันข้ามตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น (Japanese Standard) กับถูกจัดว่าเป็นสารทำความเย็นประเภทลุกไหม้ติดไฟได้ ถึงแม้ว่าคุณสมบัติจะถูกแบ่งประเภทเอาไว้ว่ามันไม่สามารถติดไฟได้ (Non-Flammable) แต่ในส่วนนี้ได้รับการยกเว้นเอาไว้ โดยกำหนดใช้สัญลักษณ์ (*) ซึ่งแสดงในตารางที่ 3

ถึงแม้ว่าบรรทัดฐานความแตกต่างของสารทำความเย็นในกลุ่มที่ 2 และ 3 จะมีความแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ใช้ในการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานกับมีความคล้ายคลึงกันมาก หากแต่มีสารทำความเย็นอยู่อีกหนึ่งชนิดที่มีการกำหนดกลุ่มเอาไว้แตกต่างกันในแต่ละมา



ตรฐาน ได้แก่ สารทำความเย็น R50 (Methane) จะมีความแตกต่างในการจัดกลุ่มถึง 3 มาตรฐานด้วยกันเลยทีเดียว เช่นที่มาตรฐาน ASHARE 34 ระบุเอาไว้ว่าอยู่ในกลุ่มที่ 3 ในขณะที่มาตรฐาน BS 4434 และ DIN 8960 ระบุว่าอยู่ในกลุ่มที่ 2

1.3 เงื่อนไขการทดสอบ (Test Conditions)
ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา มีความพยายามในการที่จะนำเอามาตรฐานของ ASHRAE และ UL 2182 เข้ามาผสมผสานกันสำหรับเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างมาตรฐานทางประเทศสหรัฐอเมริกากับมาตรฐานอื่น ๆ ส่วนขั้นตอนการทดสอบอุปกรณ์จะแตกต่างกันระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ASTM E681
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 16:12
โพสต์ #9


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



เรื่อง ผลต่อร่างกาย.... เข้า ห้องที่มีแกส อาจ เบรอ++สลบ.....
ช่าง ขณะทำงานเกี่ยว กับน้ำยา หรือสงสัยน้ำยาร่ัััััััว ต้องเปิดหน้าต่างให้หมด
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 16:26
โพสต์ #10


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



2. การใช้สารทำความเย็นที่เกิดการลุกไหม้ได้ (Use of Flammable Refrigerants)
นิยมใช้กันตามมาตรฐาน Underwriters Laboratories Inc (UL) และ International Electrotechnical Commission (IEC) ซึ่งทั้ง 2 มาตรฐานนี้จะบ่งบอกถึงข้อจำกัดในการนำสารทำความเย็นที่ลุกไหม้ได้มาใช้งาน และเช่นเดียวกันก็จะมีการกำหนดข้อห้ามอย่างเข้มงวดของสารทำความเย็นที่ลุกไหม้ได้ทั้
งหมดไว้ มาตรฐานสากลที่นิยมใช้ได้แก่ ASRHAE 15, prEN 378

ส่วนทางยุโรปจะนิยมใช้ตามมาตรฐาน BS 4434, DIN 8975, DIN 7003 และ NF E35-400 ซึ่งจะเป็นการจัดหาข้อมูลมาให้อย่างกว้าง ๆ เกี่ยวกับหลักการนำสารทำความเย็นมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยอันจะมีพื้นฐานตั้งอยู่บนปร
ะเภทอันตรายจากสารทำความเย็นนั้น และจะรวมไปถึงอันตรายจากความมีพิษของสารทำความเย็นและการประยุกต์ใช้งาน ซึ่งในแต่ละมาตรฐานจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ว่าสารทำความเย็นจัดอยู่ในกลุ่มใด เป็นต้น

3. การลดการรั่วไหลของสารทำความเย็น (Reducing Leakage)
มาตรฐานใหม่ที่นิยมใช้กันคือ prEN 378 จะเป็นการพิจารณาถึงระบบปิดผนึก (Sealed System) อันจะทำให้มีผลต่อการรั่วไหลของสารทำความเย็นน้อยมากดังนั้นจึงทำให้มีความปลอดภัยใน
การใช้งานสูงขึ้นตามไปด้วย

4. การขัดขวางการรั่วไหลของสารทำความเย็นเพื่อลดความเข้มข้นของสารทำความเย็นในการนำไปส
ู่การลุกไหม้ (Precluding Leaked Refrigerants from Achieving a Flammable Concentration)
กฎเกณฑ์ของขนาดในการเติมสารทำความเย็น “Practical Limit” หรือ “Refrigerant Quantity Limit” ที่นิยมใช้จะยอมรับกันตามมาตรฐาน ASRHAE 15, BS 4434, DIN 8975, DIN 7003 และ NF E35-400 จากมาตรฐานดังกล่าวเหล่านี้จะกล่าวถึงว่าหากมีการรั่วไหลของสารทำความเย็นภายในพื้นท
ี่ใช้งานนั้น จำนวนของสารทำความเย็นที่มีการรั่วไหลจำนวนเท่าไรถึงจะมีความปลอดภัย ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วนั้นเกณฑ์ที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน ASHRAE 15 และ BS 4434 จะยอมให้ได้ไม่เกิน 20% และ 25% สำหรับมาตรฐาน DIN 7003 ของจำนวนสารทำความเย็นที่ต้องการไปถึงขอบเขตการลุกไหม้ต่ำสุด เมื่อมีการรั่วไปในปริมาตรที่กำหนดไว้

5. ขอบเขตของความเสียหายหรืออันตรายจากการถูกแสงแดดกระทบ (Limit Exposure to Damage or Injury)
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยที่นิยมใช้สำหรับควบคุมการลุกไหม้จากแสงแดดมีอยู่ด้วยกันหล
ายมาตรฐานดังนี้ ASRHAE 15, BS 4434, DIN 8975, DIN 7003 และ NF E35-400

6. การกำหนดอักษรย่อของมาตรฐานต่าง ๆ (Abbreviations)
AFNOR : Association Francaise de Normalisation (France)
ANSI : American National Standards Institute (US)
ASHRAE : American Society of Heating, Refrigerating and Air Conditioning Engineers (US)
ASTM : American Society for Testing and Materials (US)
BS : British Standard (UK)
DIN : Deutsches Institut fur Normung (Germany)
DOT : Department of Transportation (US)
EN : European Norm
IEC : International Electrotechnical Commission
NF : Norme Francaise (France)
UL : Underwriters Laboratories Inc. (US)

มาตรฐานและแนวทางในการนำสารทำความเย็น R290 มาใช้งานกับระบบ Hermetic ขนาดเล็กของทางบริษัท Danfoss
สารทำความเย็น R290 หรือโพรเพน (Propane) นั้น มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้แทนสารทำความเย็นชนิดอื่น ๆ อันเนื่องมาจากว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก ในระบบ Hermitic ขนาดเล็ก โรงงานอุตสาหกรรมมักนิยมที่จะนำสารทำความเย็น R290 มาใช้เป็นสารทำความเย็นและการแช่แข็งในเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าศักยภาพในการทำลายชั้นโอโซนของมันมีค่าเป็นศูนย์ (Zero Ozone Depletion Potential, ODP) อีกทั้งยังมีผลเล็กน้อยต่อการมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้น (Global Warming Potential, GWP) เนื่องมาจากว่ามันเป็นส่วนประกอบที่ได้มาจากแหล่งก๊าซธรรมชาติ

สารทำความเย็น R290 มีใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็นในส่วนต่าง ๆ และยังคงมีใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง ในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศเยอรมันบางปี มีการนำเอาสารทำความเย็น R290 มาใช้กับปั๊มความร้อน (Heat Pump) และเครื่องปรับอากาศ (Air Conditioning) เนื่องจากว่าโพรเพนสามารถหาได้ง่ายและมีความเป็นไปได้ในการที่จะนำมาใช้ทดแทนสารทำคว
ามเย็นประเภท CFC ซึ่งมันมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง แต่สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษในการใช้งานของสารทำความเย็นตัวนี้ก็คืออันตรายจากการลุ
กติดไฟได้ง่าย


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Oct 2 2013, 16:42
โพสต์ #11


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



http://www.youtube.com/watch?feature=playe...p;v=zXhK8paFtHE

ดู เทคนิค ฝรั่ง แล้ว.....มา เพิ่ม เติม เทคนิค ไทยๆๆ

การ ประกอบ ของ เรา จะ ใช้ การ บาน แฟร นัท โดย หยอด น้ำมันคอมหล่อลื่น.....โดย เชื่อม แกส ต่อ ท่อ ออก จากคอม ให้ ยาวขีัน แล้วจึงบาน เพราะ ท่อ ออกจากคอม มัน สั้น ไป โดย การ ทำ ท่อโค้งๆๆ เพื่อรับการสั่น จะได้ไม่หักง่าย

ย้ำ การทำการ เชื่อม ต้อง ไม่มี แกส เหลือ ใน จุดนั้นๆๆ นะครับ

การ ใช้ ถังแกส ควร ใช้ ถัง เล็กๆๆ เพื่อจะชั่งได้ ระเอียด..
ตอน เติม ต้อง อย่าให้ มี ประกายไฟ จากปลั้กเสียบ หรือ รีเลย์...
ตามความ เห็น ของผม ถ้า ไล่ บิวเทน ให้หมดจด อย่างถูกวิธี แล้ว เชื่อม ได้ไม่มีปัญหาครับ..
...++ ย้ำว่าต้องไล่แกสออกให้หมดนะครับ
การ เชื่อมท่อที่ มี น้ำมันภายใน ควร ใช้ ไส้กรอง โมเลคคูล่า ซีฟ กรอง เขม่า ในท่อด้วย[/color] [color="#FF8C00"] จะได้ไม่เกิดการตันใน ท่อแคปทิ้ว


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 22 2014, 19:09
โพสต์ #12


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



ปัญหา แกสระเบิดในอู่รถ จากถังเชื่อม
ไฟล์ที่แนบมาด้วย
ไฟล์ที่แนบมา  __________________________________.pdf ( 266.72กิโลไบต์ ) จำนวนการดาวน์โหลด: 356
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:23
โพสต์ #13


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



ผลกระทบของสารทำความเย็นตระกูล CFC ต่อสภาพแวดล้อม
หลังจากใช้งานสารทำความเย็นในตระกูล CFC อยู่นานมากกว่า 40 ปี ในต้นทศวรรษที่ 1970s
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าสารทำความเย็นในตระกูลนี้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในชั้นบร

รยากาศ
อย่างมาก เนื่องจากความมีเสถียรภาพมากของสารทำความเย็นทำให้มีอายุอยู่ในบรรยากาศได้นาน และ
การที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบจึงเป็นตัวการในการทำลายโอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟี

ยร์ (ชั้น
บรรยากาศที่ความสูงระหว่าง 12 – 50 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก) ซึ่งหน้าที่ของโอโซนในบรรยากาศชั้นนี้
เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต ที่สำคัญได้แก่ การเป็นสารดูดซึมรังสีอัลตราไวโอเรตไว้ประมาณร้อยละ 95 ซึ่ง
รังสีอัลตราไวโอเรตนี้หากส่งผ่านมาสู่พื้นผิวโลกมากจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนผิ

วโลก รวมทั้งโอโซนยัง
เป็นตัวกำหนดอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศด้วยการแผ่ความร้อนที่ดูดซึมไว้ให้กระจายในชั้น

บรรยากาศ ทำ
ให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกไม่ร้อนเกินไปในตอนกลางวันและไม่เย็นเกินไปในตอนกลางคืน
นอกจากทำให้โอโซนในชั้นบรรยากาศลดลงแล้ว สารทำความเย็นตระกูล CFC ยังมีส่วนทำให้โลกมี
อุณหภูมิสูงขึ้นจากการที่ก๊าซแผ่ปกคลุมในลักษณะภาวะเรือนกระจก (Greenhouse gases) อีกด้วย
ทำให้รังสีความร้อนจากพื้นผิวโลกไม่สามารถกระจายออกสู่ชั้นบรรยากาศชั้นสูงๆ ขึ้นไปได้
ในส่วนของสารทำความเย็นตระกูล HCFC เนื่องจากมีระยะเวลาในการคงสภาพอยู่ในบรรยากาศ
สั้นกว่า รวมทั้งยังมีไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยลดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดคลอรีนได้น้อยลง ดังนั้นถึงแม้
จะมีคลอรีนเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกับสารทำความเย็นตระกูล CFC แต่มีคลอรีนไปทำลายโอโซนได้
น้อยกว่ามาก อย่างไรก็ดียังมีคลอรีนบางส่วนเกิดขึ้น และมีผลต่อการทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ
เช่นกัน
จากการค้นพบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมดังกล่าวทำให้มีความพยายามที่จะแสวงหาสารทำ
ความเย็นตัวใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ในขณะที่มีความเป็นพิษและผลกระทบ
ทางด้านอื่นน้อยเช่นกัน แต่ยังคงมีสมบัติในการทำความเย็นได้ดี ผลการวิจัยและพัฒนาพบว่าสารทำความ
เย็นตระกูล HFC (hydrofluorocarbon) เป็นสารทำความเย็นที่สามารถนำมาทดแทน สารทำความเย็น
ตระกูล CFC และสารทำความเย็นตระกูล HCFC ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องดัดแปลงระบบ
บางส่วน หรือออกแบบอุปกรณ์ในระบบใหม่หมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารทำความเย็นที่ใช้อยู่เดิม
จากการพัฒนาสารทำความเย็นตระกูล HFC ได้เป็นผลสำเร็จและเพื่อเป็นการกำหนดระยะเวลาใน
กาเลิกใช้และเลิกผลิตสารทำความเย็นตระกูล CFC และ HCFC รวมทั้งสารอื่นที่มีผลต่อการทำลายชั้น
โอโซน จึงเกิดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาใช้งานสารที่มีผลต่อการทำลายช

ั้น
โอโซนขึ้นที่นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา และได้มีการลงนามข้อตกลงเลิกใช้สารที่มีผลต่อการทำลาย
ชั้นโอโซน ซึ่งเรียกว่า พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน (The Montreal
Protocol on Substances that Deplete the Ozone Layer) ขึ้นเมื่อ ค.ศ.1987 (พ.ศ.2530) เพื่อ
จัดการต่อการเลือกใช้งานสารทำความเย็นในปัจจุบันและอนาคตร


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:33
โพสต์ #14


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif ชนิดของสารทำความเย็น
สารทำความเย็นที่มีใช้งานในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ ตามองค์ประกอบ
ทางเคมีและสมบัติของสารทำความเย็น ดังนี้
2.5.1 สารทำความเย็นกลุ่มฮาโลคาร์บอน (Halocarbon compounds)
สารกลุ่มนี้เป็นสารสังเคราะห์ของมีเทน (Methane) อีเทน (Ethane) เป็นสารทำความเย็น
ที่ใช้งานเป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันทั้งในเครื่องทำความเย็นที่ใช้ในครัวเรือน ใช้เชิงพาณิชย์ และในทาง
อุตสาหกรรมการทำความเย็น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามองค์ประกอบทางเคมี ดังนี้
2.5.1.1 สารทำความเย็นตระกูล CFC (Chlorofluorocarbon) เป็นสารทำความเย็นที่มี
คลอรีน (Cl) ฟลูออรีน (F) และคาร์บอน ฉ เป็นองค์ประกอบ เช่น สารทำความเย็น
Dichloromonofluoromethane (R-12)
2.5.1.2 สารทำความเย็นตระกูล HCFC (Hydrochlorofluorocarbon) เป็นสารทำ
ความเย็นที่มี ไฮโดรเจน (H) คลอรีน (Cl) ฟลูออรีน (F) และคาร์บอน ฉ เป็นองค์ประกอบ เช่นสารทำ
ความเย็น Monochlorodifluoromethane (R-22)
2.5.1.3 สารทำความเย็นตระกูล HFC (Hydrofluorocarbon) เป็นสารทำความเย็นที่มี
ไฮโดรเจน (H) ฟลูออรีน (F) และคาร์บอน ฉ เป็นองค์ประกอบ เช่นสารทำความเย็น
Tetrafluoroethane (R-134a)
2.5.2 สารทำความเย็นผสมชนิดซีโอโทรปิก (Zeotropic blends)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่ได้จากการนำสารที่มีส่วนประกอบทางเคมีต่างกันตั้งแต

สองชนิดขึ้นไปมาผสมกัน สารที่นำมาผสมกันอาจมีสมบัติเป็นสารทำความเย็นอยู่เดิมที่มีใช้อยู่หรืออาจ
เป็นสารอื่นก็ได้ ทำให้ได้สารทำความเย็นชนิดใหม่ขึ้นมาที่มีสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานบางลักษณะ
สำหรับสมบัติของสารทำความเย็นที่ได้เมื่อมาใช้ในระบบการทำความเย็น ขณะเปลี่ยนแปลงสถานะจากไอควบแน่นเป็นสารทำความเย็นเหลว หรือจากสารทำความเย็นเหลวเดือดกลายเป็นไอ อุณหภูมิเริ่มต้น
และอุณหภูมิสุดท้ายขณะเปลี่ยนแปลงสถานะ (Temperature glide) จะต่างกันค่อนข้างมาก เช่นสารทำ
ความเย็น R-407C ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่มีส่วนผสมของสารทำความเย็น Difluoromethane (R-32)
จำนวนร้อยละ 23 สารทำความเย็น Pentafluoroethane (R-125) จำนวนร้อยละ 25 และสารทำ
ความเย็น Tetrafluoroethane (R-134a) จำนวนร้อยละ 52 โดยน้ำหนัก มีอุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิ
สุดท้ายขณะเปลี่ยนแปลงสถานะเท่ากับ 4.9 ํC เป็นต้น
เนื่องจากอุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิสุดท้ายขณะเปลี่ยนแปลงสถานะเปลี่ยนไป ทำให้
ขณะเปลี่ยนแปลงสถานะสารทำความเย็นที่ผสมกันอยู่สามารถแยกตัว ส่งผลให้อัตราส่วนหรือความเข้มข้น
ของสารทำความเย็นผสมที่เหลือเปลี่ยนไป ดังนั้นเมื่อใช้สารทำความเย็นกลุ่มนี้ เมื่อต้องมีการเติมสารทำ
ความเย็นหรือการถ่ายสารทำความเย็นออกต้องทำในสภาวะที่สารทำความเย็นมีสถานะเป็นของเหลว


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:37
โพสต์ #15


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



สารทำความเย็นผสมชนิดกึ่งอะซีโอโทรปิก (Semi-azeotropic blends)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่ได้จากการนำสารที่มีส่วนประกอบทางเคมีต่างกันตั้งแต


สองชนิดขึ้นไปมาผสมกัน ในทำนองเดียวกับสารทำความเย็นผสมชนิดซีโอโทรปิก เพียงแต่สารทำ
ความเย็นใหม่ที่ได้เมื่อมาใช้ในระบบการทำความเย็น ขณะเปลี่ยนแปลงสถานะจากไอควบแน่นเป็นสารทำ
ความเย็นเหลว หรือจากสารทำความเย็นเหลวเดือดกลายเป็นไอ อุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิสุดท้ายขณะ
เปลี่ยนแปลงสถานะจะต่างกันน้อยจนสามารถตัดทิ้งไม่นำมาคิดได้ เช่นสารทำความเย็น R-404A ซึ่งเป็น
สารทำความเย็นที่มีส่วนผสมของสารทำความเย็น Pentafluoroethane (R-125) จำนวนร้อยละ 44 สาร
ทำความเย็น Trifluoroethane (R-143a) จำนวนร้อยละ 52 และสารทำความเย็น Tetrafluoroethane
(R-134a) จำนวนร้อยละ 4 โดยน้ำหนัก มีอุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิสุดท้ายขณะเปลี่ยนแปลงสถานะ
เท่ากับ 0.7 ํC เป็นต้น อย่างไรก็ดีเมื่อต้องมีการเติมสารทำความเย็นหรือการถ่ายสารทำความเย็นออกควร
ทำในสภาวะที่สารทำความเย็นมีสถานะเป็นของเหลวเช่นเดียวกับสารทำความเย็นกลุ่มซีโอโทร

ปิก



สารทำความเย็นผสมชนิดอะซีโอโทรปิก (Azeotropic blends)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่ได้จากการนำสารที่มีส่วนประกอบทางเคมีต่างกันตั้งแต

สองชนิดขึ้นไปมาผสมกัน ในทำนองเดียวกับสารทำความเย็นผสมชนิดซีโอโทรปิก เพียงแต่สารทำความ
เย็นใหม่ที่ได้เมื่อมาใช้ในระบบการทำความเย็น ขณะเปลี่ยนแปลงสถานะจากไอควบแน่นเป็นสารทำความ
เย็นเหลว หรือจากสารทำความเย็นเหลวเดือดกลายเป็นไอ อุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิสุดท้ายขณะ
เปลี่ยนแปลงสถานะจะเป็นค่าเดียวกันเหมือนสารทำความเย็นเดี่ยว เช่นสารทำความเย็น R-502 ซึ่งเป็น
สารทำความเย็นที่มีส่วนผสมของสารทำความเย็น Monochlorodifluoromethane (R-22) จำนวน
ร้อยละ 48.8 และสารทำความเย็น Monochloropentafluoroethane (R-115) จำนวนร้อยละ 51.2
โดยน้ำหนัก มีอุณหภูมิเริ่มต้นและอุณหภูมิสุดท้ายขณะเปลี่ยนแปลงสถานะเท่ากับ 0 ํC เป็นต้น สำหรับ
การเติมสารทำความเย็นหรือการถ่ายสารทำความเย็นออกสามารถทำได้ทั้งในสภาวะที่สารทำควา
มเย็นมี
สถานะเป็นของเหลวหรือก๊าซ


สารทำความเย็นกลุ่มสารอินทรีย์ (Organic compounds)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่มีสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบ เช่น บิวเทน (Butane)[color="#008000"][/color]


สารทำความเย็นกลุ่มสารอนินทรีย์ (Inorganic compounds)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่มีสารอนินทรีย์เป็นองค์ประกอบ ถือเป็นสารทำความเย็น
ยุคแรกๆ ที่ใช้ในการทำความเย็น เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น
เนื่องจากสารทำความเย็นในกลุ่มนี้เป็นสารที่ค่อนข้างอันตราย และต้องอาศัยการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด
จึงไม่เป็นที่นิยมใช้โดยทั่วไป ในปัจจุบันที่มีใช้งานในทางอุตสาหกรรมการทำความเย็นเป็นหลัก ได้แก่
แอมโมเนีย เนื่องจากมีราคาถูก และมีค่าความร้อนจำเพาะสูง


สารทำความเย็นกลุ่มสารอินทรีย์ที่ไม่อิ่มตัว (Unsaturated organic compounds)
สารกลุ่มนี้เป็นสารทำความเย็นที่มีสารอินทรีย์ที่ไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบ เช่น เอทิลีน
(Ethylene) โปรพิลีน (Propylene) เป็นต้น


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:47
โพสต์ #16


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



ความเป็นพิษ
115ได้จำแนกสารทำความเย็นตามความเป็นพิษออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับชั้น A และ B
ชั้น A (Class A) คือสารทำความเย็นที่มีระดับความเป็นพิษต่ำ และไม่มีการระบุระดับของ
ความเป็นพิษ
ชั้น B (Class B) คือสารทำความเย็นที่มีระดับความเป็นพิษสูง และมีการระบุระดับของ
ความเป็นพิษ

การจำแนกสารทำความเย็นตามการจัดระดับความปลอดภัยของสารทำความเย็นบางชนิด
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:54
โพสต์ #17


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



การใช้งาน ตัวอย่าง
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 15:59
โพสต์ #18


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif OIL IN REFRIG

จะเห็นว่า น้ำมัน MO และน้ำมันสังเคราะห์ชนิด AB สามารถใช้ได้ดีกับสารทำ
ความเย็นในตระกูล CFC และตระกูล HCFC แต่ไม่สามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสารทำความเย็นใน

ตระกูล HFC เนื่องจากไม่สามารถรวมตัวกับสารทำความเย็น HFC ได้ ส่วนสารทำความเย็นที่สามารถ
ใช้ได้ดีกับสารทำความเย็นในตระกูล HFC ในระบบการทำความเย็นคือน้ำมันชนิด POE
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 16:04
โพสต์ #19


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



ปัญหาความชื้นในน้ำมันชนิด POE
56เนื่องจากน้ำมันชนิด POE เป็นสารจำพวกดูดความชื้นซึ่งหมายความว่าเป็นสารที่ชอบดูดซับน้ำเข้า
มาอยู่ตลอดเวลา หากเปรียบเทียบกับน้ำมันชนิด MO ที่โดยทั่วไปจะดูดซับน้ำเข้ามาจนกระทั่งอิ่มตัวแล้ว
จะไม่ดูดซับน้ำเข้ามาอีก สำหรับน้ำที่ไม่ถูกดูดซับในกรณีของน้ำมันชนิด MO จะรวมตัวกันเป็นชั้นแยก
ออกมาและแข็งตัวในส่วนที่เย็นของระบบ ซึ่งในบางขณะอาจไปปิดกั้นวาล์วหรือชิ้นส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ดี
สำหรับระบบที่ใช้น้ำมันชนิด POE จะมีน้ำเป็นจำนวนมากกว่าที่ถูกดูดซับเข้ามา ซึ่งอาจมีจำนวนถึง 10 ใน
1000 ส่วนในล้านส่วน (PPM) ที่ถูกดูดซับเข้ามาและยังคงไม่แยกตัวออกมาจากส่วนผสมของสารทำ
ความเย็น/น้ำมัน น้ำที่ถูกดูดซับเข้ามานี้อาจเป็นสาเหตุของการแยกตัวออกของน้ำมัน และปัญหาที่
เกี่ยวพันกับน้ำ/กรดอื่นๆ
การที่จะทำให้ระบบที่ใช้น้ำมันชนิด POE ที่เปียก แล้วมาทำให้แห้งเป็นสิ่งที่ยุงยากมาก วิธีการทำ
แห้งด้วยสุญญากาศ (Vacuum dry) คือวิธีที่ใช้โดยทั่วไป อย่างไรก็ดี ถ้าน้ำถูกดูดซับเข้าไปในน้ำมันชนิด
POE แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะไม่สามารถดึงโมเลกุลของน้ำออกมาได้ วิธีที่ดีที่สุดในกรณีนี้คือ ปิด
ระบบและบรรจุสารทำความเย็นที่ต้องการใช้เข้าไป สารทำความเย็นจะช่วยดึงน้ำออกจากน้ำมันและเมื่อ
ไหลเวียนน้ำผ่านตัวกรอง/ตัวลดความชื้น ตัวลดความชื้นจะช่วยในการกำจัดน้ำออก อย่างไรก็ดีตัวลด
ความชื้นต้องมีประสิทธิผลในการกำจัดความชื้นได้ดี ซึ่งตัวลดความชื้นที่มีใช้งานในปัจจุบันส่วนใหญ่มี
ความสามารถในการลดความชื้นเพื่อป้องกับระบบที่ใช้สารทำความเย็นตระกูล HFC/น้ำมันชนิดPOE อยู่
แล้ว


จะเห็นความสำคัญของตัวกรอง จากบทความนี้


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 26 2014, 16:15
โพสต์ #20


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif เครื่องปรับอากาศ
http://www.viset.ac.th/data/%E0%B8%9A%E0%B...B2%E0%B8%A8.pdf


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Jan 30 2015, 17:17
โพสต์ #21


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif],ลอกเขามาครับ

ความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับช่างแอร์ที่ยังไม่รู้ครับ ถ้าใครมีความรู้ดีแล้วเกี่ยวกับน้ำยาแอร์ ก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ

เกร็ดความรู้เรื่องการแบ่งขายน้ำยาแอร์ R32 สำหรับร้านอะไหล่แอร์

สวัสดีครับ ท่านเจ้าของกิจการร้านค้าอะไหล่และสารทำความเย็นหรือที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า "ร้านอะไหล่แอร์" นะครับ

ข้อมูลที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้นั้นมีคามสำคัญมากต่อการค้าขาย "สารทำความเย็น" หรือ "น้ำยาแอร์" รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของท่านผู้ประกอบการและผู้บริโภคซึ่งจะเดินเข้ามาซื้อ "น้ำยาแอร์" จากท่าน
โดยในที่นี้ผมขออนุญาตพูดถึงสารทำความเย็นชนิดใหม่สำหรับแอร์บ้านที่พูดถึงกันมากทั่





วบ้านทั่วเมืองในวันน ี้คือ R410a และ R32 ครับ

สารทำความเย็นหรือ "น้ำยาแอร์" ที่เราแบ่งขายกันในท้องตลาดทุกวันนี้คือ R22 ถ้าเป็นแอร์รถยนต์ก็คือ R134a หรือบางร้านถ้ามีทางเลือกให้ลูกค้ามากหน่อยก็อาจจะมี R404a หรือ R410a ไว้ให้เป็นทางเลือกของลูกค้าด้วยก็พอมีให้เห็นกันบ้างล่ะครับ

ความคุ้นเคยกับ R22 อาจทำให้เราชะล่าใจหากมีการแบ่งบรรจุสารทำความเย็นชนิดใหม่ ๆ ให้พิจารณาสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องของ "แรงดันไอ" ดังต่อไปนี้

R22 จะมีแรงดันไอประมาณ 150 psig ที่อุณหภูมิห้อง
R410a จะมีแรงดันไอประมาณ 250 psig ที่อุณหภูมิห้อง
R32 จะมีแรงดันไอประมาณ 290 psig ที่อุณหภูมิห้อง

มาถึงคำถามยอดฮิต ..
ต้องระวังอะไรบ้างหากต้องมีการแบ่งบรรจุสารทำความเย็น R410a หรือ R32 ???
สิ่งที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมีอะไรบ้าง ???
จะระเบิดไหม จะติดไฟไหม จะอันตรายไหมถ้าเก็บไว้ในร้าน จะวางตรงไหนดี ???
จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพในระยะยาวไหม ???
จะเป็นอันตรายกับเด็ก ๆ หรือลูกจ้างในร้านไหม ???

โปรดระลึกไว้เสมอว่า "ห้าม" นำภาชนะบรรจุ R22 มาแบ่งบรรจุ R410a และ R32 โดยเด็ดขาด!! เราเตือนแล้วนะครับ เพราะอันตรายมาก ๆ
เนื่องด้วยถังขนาด 13.6 กก.ที่ใช้น้ำยาหมดแล้วและนิยมนำกลับมาเติมใหม่นั้น ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เขา "ห้าม" นำกลับมาใช้ใหม่ด้วยนะครับ แต่พวกเราคนไทยก็นิยมนำกลับมาบรรจุใหม่อีกครั้งและอีกหลาย ๆ คร้้งเสมอ ถังดังกล่าวมีขนาดความหนาเพียง เศษหนึ่งส่วนสิบของเซ็นติเมตรหรือ 1.0 มม.เท่านั้น ส่วนถังที่บรรจุ R410a กับ R32 เขาจะใช้ถังที่มีความหนา 1.5 มม.ครับ ดูตัวอย่าง

R22 (13.6 กก.) บรรจุในถังขนาด 1.0 ม.ม.
R407c (10 กก.) บรรจุในถังขนาด 1.2 มม.
R410a (10 กก.) บรรจุในถังขนาด 1.5 มม.
R32 (6.0 กก.) บรรจุในถังขนาด 1.5 มม.

ทุกท่านคงพอสังเกตเห็นบางอย่างนะครับ
R32 เราบรรจุเพียง 44% เมื่อ R22 บรรจุเท่ากับ 100%
R410a เราบรรจุเพียง 73% เมื่อ R22 บรรจุเท่ากับ 100%
ไม่เพียงเท่านั้นเรายังต้องเพิ่มความหนาของถังเหล็กที่ใช้บรรจุ R32 และ R410a ขึ้นไปอีก 50% ของถังเหล็กที่ใช้บรรจุ R22 จาก 1.0 มม.เป็น 1.5 มม. สำหรับถังใช้แล้วทิ้งเลย ส่วนถังที่ใช้หมุนเวียนความหนายังคงอยู่แถว ๆ 2.2 มม.แต่ใช้วิธีการลดน้ำหนักให้เหมาะสมแทน ซึ่งจะได้พูดถึงในลำดับต่อไป

*** ดังนั้นการนำถังบรรจุ R22 ที่มีขนาดความหนาน้อยกว่า R410a และ R32 คือบางกว่า 33.33%
เพื่อมาเติมน้ำยา R32 ที่ต้องบรรจุให้น้อยกว่า R22 อีก 56%
ความเสี่ยงที่โอกาสถังน้ำยารั่วจึงต้องตอบว่า "มีสูงมาก" และ ความเสี่ยงที่โอกาสในการ "ติดไฟ" และ "ระเบิด" ก็ "มีสูงมาก" เช่นเดียวกัน

ดังนั้น .. ดังนั้นนะครับพี่น้อง เน้นยำกันตรงนี้นะครับ "ห้ามนำถังน้ำยา R22 มาบรรจุ R32 หรือ R410a โดยเด็ดขาดนะครับ" ตอนที่เติมน้ำยาแล้วเขาล่อด้วยน้ำเย็นให้มันยังหดตัวอยู่ แต่ตอนที่คุณนำไปวางไว้หลังรถและตากแดดไว้เวลาเคลื่อนย้ายนั้นความร้อนที่เพิ่มขึ้นจ





ะทำให้มันขยายตัวเป็น ทวีคูณและเมื่อมันขยายตัวแล้วและไม่มีที่ไป ทีนี้ก็ต้องวัดดวงแล้วนะครับว่าแรงดันไอของตัวน้ำยากับถังเหล็กอะไรจะแข็งแรงกว่ากัน







ในทัศนะของผมมั่นใจว่าการแบ่งขายน้ำยาแอร์ R32 เฉกเช่นเดียวกันกับ R22 ในอดีตคือซื้อน้ำยาแอร์เป็นท่อขนาด 125 ปอนด์หรือ 220 ปอนด์แล้วไปวางตั้งไว้หน้าร้านแบ่งขายเป็นกิโล ๆ แบบเดิมนั้น น่าจะไม่เกิดขึ้นจริงครับในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนน้ำยาแอร์ในตลาดโลกนี้ แต่ในระยะยาวอาจมีความเป็นไปได้เมื่อผู้คนคุ้นเคยกับ R32 และ R410a ดีแล้ว และภาชนะเหล็กทุกชนิดรองรับทั้งระบบแล้ว แต่สำหรับตอนนี้แนะนำว่าให้สั่งซื้อสินค้าที่บรรจุเสร็จเรียบร้อยจากโรงงานมาเป็นดีท





ี่สุดครับ เพราะเขาได้คำนวณน้ำหนักและภาชนะที่ถูกต้องให้เรียบร้อยแล้ว ท่านแค่แกะฟิล์มแล้วเติมน้ำยาแอร์อย่างเดียวง่ายกว่าปลอดภัยกว่าครับ และถ้าจะว่าไปตามกฎหมายผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องความปลอดภั







ที่ Blue Planet เรามีการตรวจสอบในเรื่องของ Safety เข้มงวดที่สุดในเมืองไทย นอกจากท่านต้องได้รับสินค้าที่มี "คุณภาพ" ดีและมี "ปริมาณ" ครบถ้วนแล้ว "ความปลอดภัย" และ "บริการหลังการขาย" คือสิ่งแรก ๆ ที่เราคำนึงถึงในการประกอบธุรกิจสารทำความเย็นนี้ ท่านลูกค้าและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องอยู่ในธุรกิจนี้ครับ แม้ว่าท่านอาจไม่ใช่ลูกค้าของเราหรือแม้ว่าท่านจะเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่และมีความ





สนใจในเรื่องของนวัตก รรมใหม่ ๆ เกี่ยวกับสารทำความเย็น ท่านไม่ต้องลังเลที่จะโทรหาเรานะครับ 081-6122003 เบอร์ตรงของฝ่ายเทคนิคจะช่วยแก้ปัญหาหน้างานให้ท่านได้อย่างทันท่วงที และถ้าเป็นเรื่อง Safety ในอุตสาหกรรมสารทำความเย็น Blue Planet คือหนึ่งเดียวที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไว้วางใจครับ.......

เตรคิทภพล่าง NJK AIRSUPP
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post
พร(PS_TEAM โคราช...
โพสต์ Sep 1 2016, 20:43
โพสต์ #22


ระดับที่ 4 VIP แฟนพันธ์แท้PS
*****

กลุ่ม : VIP_ Group1
โพสต์ : 1,931
เป็นสมาชิกเมื่อ : 9-January 12
หมายเลขสมาชิก : 34,328



16cae75c66.gif
รูปที่แนบมาด้วย
ภาพที่แนบมา
 


--------------------


พีเอสอิเลคทรอนิคส์...เรียนซ่อมทีวีแบบมืออาชีพ..LCD LED แบบฟันธง...[color="#FF00FF"][/color]
Go to the top of the page
 
+Quote Post

Reply to this topicStart new topic
มี 2 คน กำลังอ่านหัวข้อนี้ (บุลคลทั่วไป 2 คน และ 0 สมาชิกที่ไม่เปิดเผยตัว)
สมาชิก 0 คน คือ :

 



Lo-Fi ; ประหยัดแบนวิธ,โหลดเร็ว NUMRED : 29th March 2017 - 06:35